Tips การสมัครงาน
posted on 30 Dec 2008 19:13 by beer162 in Tipsหลังจากมรสุมงานวันสุดท้ายผ่านพ้นไปแล้ว
อ่า..นะจริง ๆ งานก็ยังไม่ได้เสร็จหรอก
แต่วันหยุดก็คือวันหยุด งานเก็บเอาไว้ก่อน ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่
มีเวลาทั้งทีก็อยากเอาสาระมาฝากกัน (จะมีคนมาอ่านกันป่าวหว่า)
จากประสบการณ์การสัมภาษณ์งานอันน้อยนิด ก็อยากจะเอามาแชร์ให้รู้
แต่นิดหนึ่งนะ ต้องขอบอกก่อนว่าอันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ
เดี๋ยวจะว่าเอ๊ะไม่เห็นเหมือนในหนังสือ หรือตำราเลย
เอาเป็นว่าสำหรับเราเองถ้าจะรับพนักงานคนหนึ่งจะดูอะไรบ้างละกัน
การเตรียมตัวก่อนเรียกสัมภาษณ์ (บางอันอาจต้องเตรียมล่วงหน้ามาก่อนหลายปี แฮ่ๆๆ เช่น เกรด)
1. การกรอกใบสมัครงาน ในปัจจุบัน web ประกาศรับสมัครงานได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถเข้าไปหางานได้ แต่การกรอกประวัติของคุณนั้นหากเป็นไปได้ให้พิมพ์ใบสมัครงานใน Word ส่งแนบมาด้วยดีกว่า ถึงแม้ว่าใน web จะมีช่องให้กรอกประวัติต่างๆ แล้ว แต่การส่ง resume แบบเต็มๆ จะให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเหมือนว่าตั้งใจจะสมัครงานบริษัทนั้นจริง ๆ อีกทั้งรายละเอียดที่เราอยากโฆษณาก็จะได้เขียนเต็มที่ด้วย แต่ก็อย่าโม้เกินเหตุ เดี๋ยวมาสัมภาษณ์แล้วไม่เป็นความจริงก็เสียอีกนะ อ้อ! อย่าลืมตรวจดูคำผิดด้วย
2. เกรด ใครคิดว่าไม่สำคัญ เราคนหนึ่งแหละที่ดู คุณอาจจะคิดว่าไม่เห็นเกี่ยวเลยผลงานต่างหากที่สำคัญ แต่คุณอย่าลืมว่าช้านไม่รู้จักคุณนะ ช้านไม่ใช่เทวดานะจ๊ะจะได้รู้ว่าคุณเป็นคนอย่างไร ใบสมัครงานที่ส่งมากองเป็นภูเขาแล้วช้านก็ไม่สามารถเรียกพวกคุณมาสัมภาษณ์ได้ทุกคน ก็ต้องดูจากเกรดส่วนหนึ่ง ซึ่งหากในกองใบสมัครงานนั้นมีคนที่เกรดเยอะกว่าคุณ คุณได้พบคู่แข่งที่หน้ากลัวแล้ว ฉะนั้นจงตั้งใจเรียนกัน ถ้า GPA 3 up นี่จะดีมาก
3. สถาบัน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดูคะ หากจบจากสถาบันของรัฐก็ได้เปรียบนะ (ย้ำ!! ว่าแค่ได้เปรียบแต่ก็ต้องดูอย่างอื่นอีก เป็นส่วนหนี่งนะไม่ใช่ทั้งหมด GM บริษัทเราก็จบเอกชน ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เดี๋ยวจะหาว่าเรา bias)
4. รูปถ่าย รูปถ่ายที่ดูดี ย่อมได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ได้จำเป็นว่าคุณต้องสวย หล่อลากมาจากสวรรค์ชั้นไหน ขอให้หน้าตาหมดจดสะอาดสะอ้าน แต่งรูปให้ดูดีได้ก็ดี แต่ไม่ใช่แบบขั้นพอเรียกมาสัมภาษณ์แล้วคนสัมภาษณ์งงนึกว่าส่งเพื่อนมาแทน อันนี้มีงานวิจัย support มีคนทำ thesis เรื่องนี้ เท่าที่จำได้คร่าว ๆ หน้าตามีผลต่อการรับสมัครงานนะ สำหรับตำแหน่งงานที่ require วุฒิ ป.ตรี แต่หาก require วุฒิ ป.โท ประสบการ์ณการทำงานจะมีผลมากกว่า
5. เงินเดือน ตามปกติแต่ละตำแหน่งที่จะรับสมัครก็จะมีฐานเงินเดือนกำหนดไว้ หากท่านระบุไว้สูงเกินกว่าที่จะเราจะให้ได้ ใบสมัครก็จะตกไปโดยอัตโนมัติ แต่ก็อาจจะระบุไว้ว่า “สามารถต่อรองได้” แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถเรียกตามที่ต้องการนะ จริงๆ แล้วคุณก็ระบุตามที่คุณต้องการได้ เพราะถ้าหากทางบริษัทจ่ายได้แต่คุณเรียกน้อยเดี๋ยวก็เสียโอกาสอีก แต่อยากบอกไว้นิดหนึ่งละกันว่ามันก็อาจจะเป็นการตัดโอกาสของการถูกเรียกสัมภาษณ์ได้
6. ประสบการณ์ หากคุณมีประสบการณ์การทำงานก็จะได้เปรียบอย่างมาก ยิ่งมีประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับงานก็ยิ่งได้เปรียบสุดๆ
7. ลืมไปสาขาที่จบถ้าตรงกับตำแหน่งที่สมัครก็จะดีมาก แต่อันนี้ก็อาจไม่จำเป็นทั้งหมด เพราะเวลาที่ทำงานจริงก็ไม่ได้ตรงกับที่เรียน หรืองานบางงานก็ไม่มีสอนในสถาบันต่างๆ ยังไงก็ต้องมาสอนกันอีกที
วันสัมภาษณ์งาน
1. ตรงต่อเวลา
2. แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ผู้หญิงควรใส่กระโปรง รองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าส้นสูง แต่ไม่ใช่แตะคีบ หรือจะแฟชั่นแต่ดูเหมือนแตะคีบก็คงดูไม่ดีนะ แขนกุด โป๊ ทันสมัยสุดๆๆ ก็คงดูไม่ค่อยดี ยกเว้นคุณจะไปสมัครงานที่เกี่ยวกับแฟชั่น หรือวงการบันเทิงนั่นก็อีกเรื่องอะ คือเอาแบบเรียบร้อยไว้ก่อนปลอดภัยกว่า ผู้ชายก็ใส่เชิ้ตกางเกงขายาวให้เรียบร้อย ผูกไทด์ด้วยก็ดี รองเท้าหุ้มส้น
3. เตรียมเอกสารเพิ่มเติมมาให้ครบถ้วน อาจจะสอบถามกับผู้ที่โทรนัดสัมภาษณ์คุณได้ว่าต้องเตรียมอะไรมาเพิ่มเติมบ้าง
4. หน้าตา (อีกละ) ทำหน้าตาให้ดูดี น่ารัก สะอาดสะอ้าน รักษาสิวมาด้วยก็ดี (ถ้ามีตังค์ เหอๆๆ) อาจแต่งหน้าอ่อนๆ ใสๆ มาก็ได้
5. พกความมั่นใจมาด้วย ตอบคำถามให้ฉะฉาน แต่อย่ามั่นใจไร้สติจนเกินงาม เอาแบบพอดีพอดี
6. ยิ้มสยาม อย่าวีน แต่อย่ายิ้มมากจนต้องจับส่งศรีธัญญา
7. ทำตัวให้ Friendly เพราะเราต้องการเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เจ้านาย บางคนเก่งแต่ก็อาจจะไม่ใช่คนที่ถูกเลือก เก่งแต่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ก็ไม่มีใครเอา คุณไม่ผิดที่จะมั่น แต่คุณก็ต้องไปทำงานในบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบนั้น
8. พกดวงและโชคไปด้วย อันนี้ก็ไม่รู้จะให้เตรียมยังไง บางคนไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกก็ได้เลย บางคนไปตั้งหลายครั้งก็ยังไม่ได้ ก็ไม่รู้จะว่าไงเหมือนกันเนอะ
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
ถ้าได้งานแล้วก็ตั้งใจทำงานนะ อย่าคิดว่าได้งานแล้วก็ทำอืดๆ เค้ารับคุณได้เค้าก็ให้คุณออกได้ เห็นมาแล้วแบบเรียกไปคุยวันนี้พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว (แต่ case นี้คงเรียกมาตักเตือนไปแล้ว)
วันก่อนเด็กก็ถูกให้ออกไปคนหนึ่ง เรื่องเหตุทะเลาะวิวาท เหตุคือเตะบอลตอนเย็นบริเวณในสถานที่ทำงานกับคนบริษัทในเครืออีกบริษัท เตะกันไปเตะกันมาก็ต่อยกัน แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่เด็กเราดันต่อยกลับ จบถูกให้ออกสถานเดียวเป็นกฏบริษัทหากมีเรื่องทะเลาะวิวาทในที่ทำงานให้ออกโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เศร้างานยิ่งหายากอยู่ ได้ยินเรื่องนี้แล้วก็ห่อเหี่ยวหัวใจ ถ้าน้องเค้าอดทนสักนิดไม่ตอบโต้กลับก็คงไม่ต้องถูกให้ออก
เอ๊ะจะปีใหม่นี้ แต่มาพูดเรื่องเครียด ๆ ทำมายเนอะ
edit @ 30 Dec 2008 22:46:38 by Beer
edit @ 30 Dec 2008 22:48:42 by Beer