พนักงานในฝัน
posted on 07 Jan 2009 17:54 by beer162 in Tipsจากประสบการณ์การทำงาน เรื่องของการบริหารงานนี่เป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ ต้องอาศัยความสามารถส่วนตัวหลาย ๆ อย่าง ซึ่งบางอย่างชั้นก็ไม่ค่อยมีกับเค้าหรอก เช่นเรื่อง leadership นี่ อาจจะเป็นเพราะลักษณะนิสัยของเราที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองด้วยมั้ง ก็ขนาดตัวเองยังไม่มั่นใจแล้วจะไปนำคนอื่นได้ไงฟะ เวลาจะว่าใครเราก็ไม่ค่อยอยากจะว่าเค้าอะซึ่งมันก็เป็นสิ่งดีที่เรามีความประนีประนอม แต่บางทีมันก็ใช้ไม่ได้ทุกสถานการณ์ คนบางคนก็ต้องถูกดุถูกว่าถึงจะรู้ตัว นอกเรื่องไปอีกละ มาดูลูกน้องในฝันของช้านดีกว่า ว่าอยากได้ลูกน้องแบบไหนอันนี้ก็เขียนจากความเห็นส่วนตัวเหมือนกันนะ มิได้อ้างอิงตำราเล่มใด ๆ
1. ตั้งใจทำงาน อย่างน้อยก็ตั้งใจทำงานตามหน้าที่ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่งานโดยตรงถ้ามีเวลาจะช่วยทำก็ยิ่งดี แต่ไม่ใช่เอางานของคนอื่นมาทำจนเสียงานตัวเอง ไอ้เรื่องตั้งใจทำงานนี่ก็พูดอยากอีกนะ เคยเจอพี่คนหนึ่งเค้าตั้งใจทำงานมาก แต่เค้าเป็นคนหัวช้า ทำงานช้ามาก ทำให้ต้องกลับบ้านเย็นกว่าคนอื่น (ทั้งที่บริษัทก็ no OT) ซึ่งพี่เค้าก็มองว่าตัวเค้าทุ่มเทให้บริษัทอย่างมากๆๆ แต่คนอื่นกลับกันหมด (ก็เค้าทำงานกันเสร็จหมดแล้วนี่น่า) ผลงานก็ได้เท่ากัน เฮ้อ.... ไม่รู้จะว่าไง แต่เอานะยังไงก็ดีกว่าไม่ตั้งใจทำงาน
2. คิดเองเป็นบ้าง ไม่ใช่ต้องจับมือมานั่งเขียน ก ข ค บอก ก ก็เขียนเองถึง ฮ สิฟะ แต่อันนี้ก็เข้าใจนะว่ามันยาก คนเรามันก็ไม่เหมือนกัน ความสามารถก็ไม่เท่ากัน บางคนพูดครั้งเดียวก็เข้าใจ บางคนอธิบายแล้วอธิบายอีก ตรูจะบ้าตาย เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาที่ทำให้เราปวดเฮด เคยคุยกับน้องที่ทำงานเหมือนกันว่าระหว่างคนที่ไม่ทำอะไรเลย กับคนที่ทำแต่ทำผิด แกจะเลือกแบบไหนวะ แต่ช้านไม่อยากได้ทั้งสองอย่างวะ ฮ่าๆๆๆ แต่อย่างว่าของงี้มันดูยากจะมารู้ก็ตอนทำงานไปแล้วละ ตอนสัมภาษณ์มันดูไม่ออกหรอก
3. ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้น ไม่ใช่ทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วก็ทิ้งไป พอถึงกำหนดก็มาบอกว่าทำไม่ได้ ถ้าทำแล้วติดหรือมีปัญหาก็ต้องมาบอกกล่าวไม่ใช่หายไปเฉยๆ
4. มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ใช่อืด เฉื่อย แฉะ ไม่สนใจอะไรเลย อะ
5. เวลางานไม่ควรจะมานั่งเล่นเกม เล่น m Hi5 เออถ้างานเสร็จหรือว่างก็พอให้อภัย แต่บางคนงานก็ไม่เสร็จสักอย่างแต่มานั่งเล่นเกมนี่เห็นแล้วก็เซ็งนะ พอตามงานก็อ้างนั่นอ้างนี่ เมื่อก่อนที่ออฟฟิสออกเนทได้ตลอดจนกระทั่งวันหนึ่งก็มีพนักงานคนหนึ่งดันเปิดเนทในห้องประชุม (คือเค้าเอาnotebook เข้าห้องประชุมไง แต่ตอนนั้นใช้เครื่องเพื่อนอีกคน present อยู่ ส่วนเครื่องเค้าไม่ได้ present ) GM เห็น และแล้วก็เข้าเนทในเวลางานไม่ได้ เศร้าเลย
6. อย่า many story บางคนพอบอกให้ทำอะไรก็บ่นนั่นบ่นนี่ แต่ยังไงก็ต้องทำแล้วจะบ่นไปให้เกิดมลพิษในที่ทำงานทำไม ถ้าบ่นแล้วคุณไม่ต้องทำมันก็น่าบ่นใช่ไหม แต่ยังไงก็ต้องทำก็ทำไปซะ แต่ถ้าเออเห็นว่ามันไม่ถูกต้องหรือคิดว่าเป็นปัญหาก็ปรึกษากับเจ้านายขอความช่วยเหลือไป หลาย ๆ ครั้งเราก็เคยเจอคนแบบนี้เตือนไปก็ดีขึ้นเป็นพัก ๆ เห็นแล้วหนักใจไม่รู้จะพัฒนายังไง คุณอาจจะคิดแค่ว่าก็แค่บ่น แต่คนที่รับฟังคุณบ่นเค้าก็อาจจะไปรายงานหัวหน้างานเค้า ซึ่งมันก็อาจจะมีผลต่อการประเมินผลงานของคุณได้ เพราะบางบริษัทการที่คุณจะได้โปรโมท รวมไปถึงการพิจารณาเงินเดือนที่ต้องเอาเข้าที่ประชุมถามความความคิดเห็นหัวหน้าแผนกอื่นว่ายอมรับหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโปรโมทถ้าในที่ประชุมบอร์ดมีหัวหน้าแผนกอื่น feedback ไม่ดีก็อาจจะอดโปรโมทไป หรือเวลาเราจะเอางานให้ก็จะทำให้เราไม่อยากให้ อยากจะเอาไปให้คนอื่นมากกว่า คุณอาจจะคิดว่าเออก็ดีไม่ต้องทำ อย่าคิดว่าดีไม่มีผลงานแล้วจะโปรโมทได้ไง เงินเดือนจะขึ้นได้ไงจ๊ะหนูจ๋า
7. บางครั้งแผนกอื่นอาจจะมาขอความช่วยเหลือให้ทำงานซึ่งนอกเหนือจากงานประจำ ซึ่งเข้าใจว่ามันรบกวนงานประจำของคุณ แต่บางครั้งคุณก็ต้องยอมเสียสละบ้าง เพราะเมื่อถึงคราวที่คุณต้องไปขอความช่วยเหลือจากเค้า เค้าก็อยากที่จะช่วยคุณ บางคนบ่นหรือไปทำอารมณ์เสียใส่คนที่มาขอความช่วยเหลือ คนที่เสียไม่ใช่แค่ตัวคุณแต่ผลเสียมันก็จะตกอยู่กับแผนกของคุณด้วยเช่นกัน โอเคว่าเราอาจจะไม่ต้องช่วยทุกเรื่อง ก็ควรที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นเรื่อง ๆ ตามความเหมาะสมตราบใดที่ยังอยู่ในกฏเกณฑ์ของบริษัท (แต่ไม่ใช่ไปช่วยเค้าทุจริตนะ) เพราะแม้ว่าไม่ใช่เรื่องของคุณแต่ท้ายสุดเป็นเรื่องของบริษัท ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้คุณก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ยกเว้นว่าคุณจะมีทางไปก็ไม่ว่ากัน
8. มีมนุษยสัมพันธ์กับชาวบ้านเค้ามั่ง บางคนไม่พูดคุยทักทายกับใครเลย แล้วใครจะรู้จักล่ะ มีน้องอยู่คนหนึ่งเข้ามาใหม่ แต่ไม่ใช่แผนกเรา เงียบมากตั้งแต่เข้าจนออกไปเนื่องจากไม่ผ่านโปรยังไม่เคยคุยกับเค้าเลย เหอๆๆ จริง ๆ ก็ไมรู้หรอกว่าเค้าไม่ผ่านโปร เพราะปกติเค้าก็ไม่มีตัวตนอยู่แล้ว (นิสัยไม่ดีไปว่าเค้าเนอะ ^0^ ) พอดีน้องในแผนกบอก ซึ่งตอนแรกน้องในแผนกก็ไม่รู้ แต่ไม่เห็นนานแล้วไงก็เลยถามคนในแผนกเค้าก็เพิ่งมารู้กันนี่แหละว่าไปซะแล้ว
9. หลังจากทำงานอยู่ตัวแล้วก็คิดพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย เช่น ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนการทำงาน หรือช่วย save cost ของบริษัท หรือถ้ายากไปก็เริ่มจากลดความผิดพลาดในการทำงานของเราก่อนก็ได้นะ
10. เวลาที่คิดแผนงานใหม่หรือขั้นตอนการทำงานใหม่ ให้นึกเผื่อแผนกอื่นด้วยว่าเค้าจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่ ไม่ใช่ช้านก็จะทำของช้านงี้แหละจะทำไม เดี๋ยวจะพากันล่มสลายกันหมดทั้งบริษัท
มีอะไรอีกอะ นึกไม่ออกละ คือมันก็มีเรื่องปลีกย่อยอีกเยอะแยะมากมายก็เป็นไกด์ไลน์ให้น้องๆ ละกัน หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างนะ
edit @ 7 Jan 2009 18:08:04 by Beer